| |
|
Philip Kotler ปรมาจารย์ทางด้านการตลาดได้กล่าวถึง
ลักษณะการตลาดที่เปลี่ยนไปในทศวรรษนี้ว่า
1.รูปแบบการค้าที่เปลี่ยนไป ความเจริญทางด้าน
อินเตอร์เน็ทและทางด้านการสื่อสารที่เจริญก้าวหน้า
ทำให้มีรูปแบบธุรกิจใหม่เกิดขึ้น เช่น Ebusiness ที่
เข้ามามีีบทบาทมากขึ้นทำให้ผู้ผลิตและผู้บริโภค
ติดต่อกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ทำให้ต้นทุนการตลาดลดลง
เพราะสามารถลดค่าใช้จ่ายต่างๆได้
2.การแข่งขันทางการตลาดสูงขึ้น เทคโนโลยี่การ
ผลิตที่ก้าวหน้าทำให้การผลิตสินค้าหรือบริการมีความ
แตกต่างกันน้อยลงและประโยชน์ใช้สอยหลากหลาย
มากขึ้นส่งผลให้การแข่งขันและการปรับตัวทางธุรกิจ
สูงขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคให้ได้มาก
ที่สุด
3.เป็นตลาดของผู้ซื้อ ความก้าวหน้าด้านคอมพิว
เตอร์และการสื่อสาร โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ทที่เข้ามา
มีบทบาทต่อพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ทำให้
ผู้บริโภคได้รับข้อมูลข่าวสารที่มากและเร็วขึ้นในการ
หาข้อมูลของผู้ผลิตเพื่อใช้ในการประกอบการตัดสิน
ใจซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อตอบสนองให้ตรงกับความ
ต้องการของตัวเองให้ได้ดีที่สุดและมีทางเลือกที่มาก
ขึ้นด้วย
4.ธุรกิจต้องสร้างสัมพันธ์กับลูกค้า ผู้ผลิตพยายาม
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าให้มากขึ้น (Customer
Relationship Management หรือ CRM) เพื่อรักษา
ลูกค้าเดิมของตัวเองหรือแย่งลูกค้าจากคู่แข่ง เนื่อง
จากการหาลูกค้าใหม่ทำได้ยากขึ้น ธุรกิจจึงเน้นการรัก
ษาลูกค้าเดิมไว้โดยทำความเข้าใจและให้ทราบถึง
ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าให้ได้มากที่สุดเช่น
การจัดทำฐานข้อมูลลูกค้า(Database) เพื่อทราบข้อ
มูลส่วนตัวและความต้องการลูกค้าแต่ละราย เพื่อใช้
ในการสร้างความสัมพันธ์และตอบสนองเฉพาะรายได้
มากขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาลูกค้าเดิมนั้น
ต่ำกว่าการสร้างลูกค้ารายใหม่
5.ธุรกิจพยายามลดการลงทุน จากสภาพตลาดที่ม
ีการแข่งขันสูง เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุน
ธุรกิจมีการปรับตัวด้วยการทำในสิ่งที่ตนเองถนัด และ
ใช้ผู้อื่นทำในสิ่งที่ตนเองไม่ถนัด(Outsource) เช่น
ไม่ผลิตเอง,ไม่ส่งสินค้าเอง,ไม่จำหน่ายเอง ฯลฯเพื่อ
ลดการลงทุนช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆได้
6.ธุรกิจต้องสร้างสัมพันธ์กับคู่ค้า นอกจากต้อง
สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าแล้วยังต้องสร้างสัมพันธ์กับ
คู่ค้าด้วย(Partner Relationship Management หรือ
PRM)เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นด้วย
การพึ่งพากันในการทำธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้อง
การกับลูกค้าให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7.ธุรกิจต้องเน้นตลาดย่อยมากขึ้น เนื่องจากพฤติ
กรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปโดยที่มีการแบ่งตาม
ค่านิยมของตัวเองเป็นกลุ่มย่อยๆมากขึ้น ทำให้แนว
คิดในการแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation)
เปลี่ยนไป เกิดเป็นลูกค้าย่อย (Niche Market) และ
ลูกค้าเฉพาะราย (Customized Market) เพื่อให้ธุร
กิจสามารถสนองให้ตรงตามความต้องการลูกค้ามาก
ที่สุด
8.ธุรกิจต้องสร้างแบรนด์ จากการที่สินค้าหรือบริ
ิการมีความแตกต่างน้อยลงธุรกิจต้องสร้างแบรนด์เพื่อ
สร้างความรู้จักและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าหรือ
บริการ ด้วยการสื่อสารผ่านเครื่องมือสื่อสารต่างๆและ
จากการที่ผู้บริโภคแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆที่มีค่านิยมที่ต่าง
กันประกอบกับเพื่อประหยัดและใช้งบประมาณอย่างมี
ประสิทธิภาพมากที่สุด ในปัจจุบันการใช้สื่อเปลี่ยน
จากสื่อที่เป็นมวลชน (Mass Media) มาเป็นสื่อเฉพาะ
กลุ่มมากขึ้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายและให้สามารถเข้าถึง
ลูกค้ากลุ่มย่อยๆให้ได้มากที่สุด เช่น อินเตอร์เน็ท,
สื่อ ณ จุดขาย, กิจกรรมพิเศษต่างๆ เป็นต้น
กลับ
|
|